งานในฝ่าย

  • เภสัชสาธารณสุข
  • คุ้มครองผู้บริโภค
  • ต่อใบอนุญาต
  • งานบริหารเวชภัณฑ์
หน่วยงานภายในสสจ

 +  งานการเงิน
 +  งานพัสดุ
 +  งานธุรการ
 +  ข่าวประกวดราคา
 +  หมวดยานพาหนะ


+  งาน R2R
+  ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร
+  ศูนย์ ICT
    -  ระบบ UserAuthen
    -  ระบบจัดหาคอมพิวเตอร์ฯ
    -  ระบบกล้อง CCTV
    -  DWARD
    -  E-Conference
    -  GIS สกลนคร
    -  JHCIS สกลนคร
    -  HosXp สกลนคร
+  งานประชาสัมพันธ์
+  จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (EC)


+  งานสุขภาพประชาชน
+  งาน QA Nures
+  PMQA
+  รพ.สต.ติดดาว
+  พํฒนาพฤติกรรมสุขภาพ


+  เภสัชกรรมปฐมภูมิ (MART SURVEY)
+  งานเครื่องสำอาง

+ ประมวลผลแพทย์แผนไทย

+  งานกองทุนโลกมาลาเรีย
+  งานระบาดวิทยา
+  งาน EMS
+  งานโรคเอดส์และวัณโรค
+  งานโรคติดต่อทั่วไปและโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

+  ระบบติดตามผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะ BMI เกิน
+  โครงการคีโตสกลหน้าใสหุ่นดีไม่มีโรค
+  To Be Number One
+  Kick Off มะเร็งท่อน้ำดี

+  งานอนามัยแม่และเด็ก
   +  ความเสี่ยงแม่และเด็ก
+  งานเด็กปฐมวัย
   +  ข้อมูล TSH
+  งานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ
+  งานวัยรุ่น
+  งานสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
+  งานวัยทำงาน
+  งานผู้สูงอายุ
+  งานพระสงฆ์
+  งานหน่วยแพทย์ พอ.สว.
+  งานหน่วยแพทย์ และปฐมพยาบาล
+  งานออกกำลังกาย
+  โครงการหมอชวนวิ่ง
+  กีฬาสาธารณสุข

+  งานแรงงานต่างด้าว

+  ศูนย์ดำรงธรรม

+  ผลงานวิชาการ
ข่าวประชุม อบรม(เภสัชกร)
     
ข่าวประชุม อบรม
ประกาศถึงวันที่
1 ขอเชิิญส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมวิชาการ เรื่อง Ramathibodi Conference of Clinical Pharmacy (RCCP) 20 มี.ค. 63
2 ขอเชิญเข้าร่วมประชุมวิชาการ เรื่อง อาหารและโภชนาการเพื่อเสริมสุขภาพสมอง 25 ต.ค. 62
3 ขอเชิญเข้าร่วมอบรมวิชาการหลักสุตรพัฒนาเภสัชกรดุแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย 30 ก.ย. 62
4 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมาหสารคาม ขอเชิญเข้าร่วมศึกษาอบรมหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา จำนวน 4 หลักสูตร 1 ธ.ค. 62
5 ขอเชิญเข้าร่วมอบรมพัฒนาศักย๓าพผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองผู้บริโภค 28 ม.ค. 59
6 ขอเชิญประชุมและอนุมัติบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมประชุม 25 ต.ค. 56
7 ขอเชิญเข้าร่วมประชุมวิชาการ 25 ต.ค. 56
8 ประชุมวิชาการโภชนาการแห่งชาติ ครั้งที่ ๗ 2 ส.ค. 56
9 การสืบค้นข้อมูลยาและสุขภาพผ่านทางอินเตอร์เนตและการจัดการข้อมูลการให้เภสัชสนเทศ 31 ก.ค. 56
10 ประชาสัมพันธ์การจัดประชุมวิชาการ KKU Pharmacy Practice Forum "Enhancing Clinical Pharmacy Application" 10 ก.ย. 56
11 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรกำหนดการอบรมสัมนาเรื่องBioequivalence & Basic Evaluation of Bioequivalence Studies 30 เม.ย. 56
12 ขอเชิญเข้าร่วมประชุมเรื่อง กฎหมาย และจริยธรรมในการจัดการงานเภสัชกรรม 22 ก.พ. 56
13 ขอเชิญบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมประชุม 23 ม.ค. 56
14 ขอแจ้งประชาสัมพันธ์โครงการอบรมผู้สูงอายุเรื่อง"ถอดรหัสการดูแลผู้สูงวัยอย่างบูรณาการ" 31 ส.ค. 55
15 ขอเรียนเชิญเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หลักสูตร"แนวโน้มทิศทางด้านการค้าเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน" 31 ส.ค. 55
1
2
3
4
5
ระเบียนที่ 1 - 15 / 68    
ข่าวประชาสัมพันธ์

 

3 ข้อแนะนำ ในการจัดการความปลอดภัยอาหาร

ในสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

​ ​ ​        ด้วยสถานการณ์การระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในขณะนี้ ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ทำให้ผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารที่บริโภค จะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อและสามารถติดต่อได้หรือไม่นั้น กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้รวบรวมข้อมูลและข้อแนะนำในการจัดการความปลอดภัยอาหาร เพื่อให้อุตสาหกรรมอาหารนำข้อมูลไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยจากข้อมูลของ Food Authority of Ireland, European Food Safety Authority (EFSA) และ United Sate Food and Drug Administration (USFDA)  รายงานว่ายังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าพบเชื้อไวรัสโคโรน่าในอาหาร หรือบรรจุภัณฑ์อาหาร ในพื้นผิวดิน น้ำบาดาล น้ำประปา หรือน้ำบริโภค เนื่องจากไวรัสชนิดนี้มีเยื่อหุ้มที่มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมได้ต่ำและถูกทำลายได้ง่ายจากสารเคมีที่ใช้ในการฆ่าเชื้อ เช่น คลอรีน หรือความร้อน ดังนั้นความเสี่ยงที่จะพบเชื้อไวรัสในอาหารจึงค่อนข้างต่ำ
 ​ ​        และสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ โคโรนาไวรัส เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยในระบบทางเดินหายใจ ไม่เหมือนกับไวรัสที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยในทางเดินอาหารที่มักเกิดจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน  ไวรัสนี้เชื่อว่าแพร่กระจายจากคนสู่คนเป็นหลัก ภายในระยะประมาณ 2 เมตร ผ่านทางระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ติดเชื้อไอหรือจาม และติดเชื้อผ่านละอองฝอย (droplet) ของน้ำมูกหรือน้ำลายตกลงบนปากหรือจมูกของผู้ใกล้ชิด หรืออาจสูดหายใจเข้าไปในปอด หรือโดยการสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่มีไวรัสอยู่แล้วและไปสัมผัสปาก จมูก หรือดวงตา
 ​ ​        ดังนั้นจากข้อมูลที่มีในปัจจุบันแหล่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อจึงมีเพียงแหล่งเดียวคือ “คน” ดังนั้นหลักการสำคัญในการจัดการความปลอดภัยอาหารในสภาวการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ เราจึงมุ่งเน้นไปที่ “การจัดการให้คนปลอดภัย อาหารจึงจะปลอดภัย” จึงขอแนะนำให้สถานประกอบการอาหารเพิ่มมาตรการป้องกันโรคติดต่อโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ GMP อย่างเคร่งครัด สรุป 3 ข้อ ดังนี้
ข้อที่ 1 การป้องกันการแพร่ระบาดจากคนสู่คน 
​1. พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด 
a. กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่เสมอ แยกสำรับอาหารและกับข้าวของแต่ละบุคคลแทนการรับประทานกับข้าวจากจานชามเดียวกัน แม้จะมีช้อนกลางยังอาจเสี่ยงไวรัสติดช้อนกลาง และการนั่งล้อมวงกินข้าวใกล้กันก็เสี่ยงแพร่เชื้อซึ่งกันและกันได้
​b. ​หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหาร หลังใช้ส้วมหรือหลังจากไอ จาม หรือหลังสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีผู้ใช้งานร่วมกันในที่สาธารณะ เช่น กลอนหรือลูกบิดประตู ราวจับหรือราวบันได เป็นต้น 
​c. ​สวมหน้ากากอนามัย กรณีขาดแคลนหน้ากากทางการแพทย์ที่เคยใช้ในส่วนการผลิตอยู่เดิม สามารถใช้หน้ากากผ้าทดแทนได้แต่ต้องทำความสะอาดสม่ำเสมอ
​d. ​หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก โดยไม่จำเป็น รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
​e. ​เว้นระยะห่างในการติดต่อประสานงานกันอย่างน้อย 2 เมตร รวมถึงการขึ้นลงบันได หรือการใช้ลิฟท์ การรับประทานอาหารหรือสูบบุหรี่โดยนั่งเยื้องกันหรือมีอุปกรณ์กั้นทางกายภาพที่สามารถเช็ดทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อได้
​2. คัดกรองและเฝ้าระวังอาการป่วยของพนักงาน และผู้เข้าเยี่ยมชมหรือผู้มาติดต่อ
a.​ ​พนักงานต้องแจ้งสถานะสุขภาพตัวเองทุกวัน อาจประยุกต์ใช้วิธีการปรับแบบสอบถามสุขภาพก่อนเข้าสถานประกอบการ โดยเพิ่มคำถามอย่างน้อยดังนี้ 
​i. ​การเดินทางต่างประเทศในช่วง 1 เดือนก่อนหน้า
​ii. ​การไปสถานที่เสี่ยงต่างๆ ในช่วง 1 เดือนก่อนหน้า
​iii. ​อาการต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น มีไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล หายใจขัด
​iv. ​อาการจมูกไม่ได้กลิ่น
​v. ​อาการต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย
​b. วัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเวลาปฏิบัติงานและสังเกตอาการ หากมีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป (ควรเลือกเครื่องมือวัดที่มีความคาดเคลื่อนไม่เกิน ±0.5 องศาเซลเซียส) หรือพบอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจลำบาก ครั่นเนื้อตัว ให้หยุดปฏิบัติงาน แจ้งหน่วยงานและไปพบแพทย์
​c. พนักงานที่ทำหน้าที่คัดกรอง ต้องปฏิบัติตามระเบียบด้านสุขลักษณะส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด และหมั่นสเปรย์แอลกอฮอล์มือบ่อยๆ แม้จะสวมหรือไม่สวมถุงมือยางก็ตาม
​d. กรณีที่บุคคลใดเข้าข่ายต้องถูกกักตัว ต้องไม่อนุญาตให้เข้าสถานประกอบการโดยเด็ดขาด
3. กรณีที่มีการปกปิด หรือไม่รู้ตัว แต่พบแสดงอาการระหว่างปฏิบัติงานในสถานประกอบการ 
​a. ให้ปฏิบัติงานจากที่บ้าน พร้อมเฝ้าสังเกตอาการตัวเองและบุคคลที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นเวลา 14 วัน และขอให้พนักงานรีบพบแพทย์ทันที
b.​ ให้หยุดการดำเนินการและทำความสะอาดพร้อมฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อในพื้นที่เสี่ยงและบริเวณโดยรอบ พร้อมคัดแยกผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้แสดงอาการหรือผู้ป่วยระหว่างที่พนักงานมาปฏิบัติงาน ภายใต้การแนะนำของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข 
​c. การอนุญาตให้บุคคลผู้ที่เคยมีอาการป่วยกลับมาปฏิบัติงาน ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุข้อความชัดเจนหรือมีความหมายที่แสดงถึงสุขภาพที่ไม่เป็นพาหะต่อผู้อื่น หรือมีภูมิคุ้มกันที่พร้อมต่อการปฏิบัติงานได้ หรือผ่านการกักตัวและสังเกตอาการต่อจนครบ 1 เดือนหลังจากแพทย์ให้กลับบ้านแล้ว 
4. ​ ​การรักษาความสะอาดสถานประกอบการ
​a. พนักงานที่ทำหน้าที่เก็บขยะมูลฝอยที่ปนเปื้อนเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เช่น กระดาษเช็ดปาก กระดาษชำระในห้องส้วม หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ต้องมีการป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัย ถุงมือยาง และใช้เหล็กคีบด้ามยาว เก็บมูลฝอยใส่ถุงบรรจุมูลฝอยปิดปากถุงให้มิดชิด นำไปรวบรวมไว้ที่พักมูลฝอยและล้างมือหลังปฏิบัติงานทุกครั้ง
​b. จัดเตรียมแอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือไว้ในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ประตูทางเข้าออก หรือหน้าลิฟท์ พื้นที่รับประทานอาหาร
​c. อาคารสถานที่ผลิตอาหาร ต้องดูแลรักษาความสะอาดตามจุดเสี่ยงที่ใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ เก้าอี้ แท่นรองและปากกาสำหรับกรอกประวัติสุขภาพ ห้องน้ำ ก๊อกน้ำอ่างล้างมือ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
​d. น้ำที่ใช้ล้างทำความสะอาดต้องเป็นน้ำที่ปราศจากเชื้อโรค สามารถใช้คลอรีนตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) "ปริมาณคลอรีนอิสระ 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm.) ที่ระยะเวลาสัมผัส 30 นาที สามารถฆ่าเชื้อ COVID -19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
​e. สารฆ่าเชื้อที่เหมาะสม เนื่องจากไวรัสโคโรนาสามารถอยู่ในพื้นผิวที่ผู้ได้รับเชื้อไปสัมผัส ได้เป็นระยะเวลานาน 2 ชั่วโมง - 9 วัน ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคที่ปนเปื้อน จึงควรใช้สารฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพ องค์การอนามัยโลกให้คำแนะนำสาร 3 ชนิดที่ทำลายเชื้อไวรัสได้ภายในระยะเวลา 1 นาที ได้แก่ สารประกอบโซเดียมไฮโป-คลอไรท์ 0.1% (เช่น น้ำยาฟอกขาวความเข้มข้น 1000 ppm) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 0.5% (5000 ppm) และเอทิลแอลกอฮอล์ 70% หรือ สารอื่นๆ ตามคำแนะนำของสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ (National Environment Agency-NEA) (click ตารางที่ 1 file 01)
​5. ​การระบายอากาศ มีงานวิจัยของญี่ปุ่นพบว่าสถานที่มีการปิดทึบ ไม่มีการไหลของอากาศ ละอองฝอยขนาดเล็กที่เกิดจากการไอจาม หรือสนทนา สามารถลอยอยู่ในอากาศได้ถึง 20 นาที ดังนั้นควรลดความเสี่ยงโดยการเพิ่มการระบายอากาศ วิธีที่ถือว่ามีประสิทธิภาพคือเปิดหน้าต่างกว้างๆ เพื่อรับอากาศสะอาดเข้ามาในห้อง อนุภาคขนาดเล็กและน้ำหนักเบา จะถูกพัดพาออกไปเมื่อมีการไหลเวียนของอากาศ​ ​
ข้อที่ 2 การควบคุมกระบวนการผลิตอาหาร เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่อาหาร
​1. ​ ​ การผลิตอาหารในแต่ละขั้นตอนให้มีการควบคุม กำกับ ดูแลและเฝ้าระวังตามหลักเกณฑ์ GMP อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขั้นตอนการฆ่าเชื้ออาหารในกระบวนการผลิตต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเฝ้าระวังและบันทึกผลเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถฆ่าเชื้อได้สมบูรณ์ (เชื้อไวรัส   โควิด-19 ไม่ทนต่อความร้อนหรือสารเคมีในกระบวนการผลิต ดังนั้นสามารถใช้วิธีการฆ่าเชื้อเดิมที่ออกแบบไว้ได้)​
​2. ​ ​เพิ่มความเข้มงวดการรักษาความสะอาดและสุขลักษณะส่วนบุคคลของพนักงานในบริเวณผลิต และให้เพิ่มมาตรการให้มีการฆ่าเชื้อมือหลังล้างมือทุกครั้ง โดยสเปรย์เอทิลแอลกอฮอล์ 70% หรือจุ่มมือในน้ำคลอรีนเข้มข้นอย่างน้อย 0.05% โดยให้มีระยะเวลาสัมผัสสารเคมีอย่างน้อย 20 วินาที ตามข้อมูลอ้างอิงจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค สหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention ; CDC) โดยเฉพาะพนักงานที่ต้องดูแลผลิตภัณฑ์ในขั้นตอนหลังการฆ่าเชื้อ ที่ผลิตภัณฑ์เปิดสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมและพนักงาน
​3. ​ ​เพิ่มความเข้มงวดในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณผลิต และอุปกรณ์การผลิต
​4. ​ ​อย่าลืมจัดการเรื่องระยะห่างระหว่างพนักงานในบริเวณผลิตอย่างน้อย 2 เมตรด้วย
ข้อที่ 3 การสร้างความตระหนักให้กับพนักงาน​ ​ ​
​1. ​เจ้าของสถานประกอบการอาหารควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานได้รับรู้ถึงสถานการณ์ COVID-19 และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรค 
​2. ​ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสมในเรื่องสุขลักษณะในการผลิตอาหารและการปฏิบัติด้านสุขอนามัย รวมทั้งกระตุ้นจิตสำนึกให้พนักงานหมั่นล้างมือด้วยสบู่เหลว และสเปรย์แอลกอฮอล์เป็นระยะ เช่น ทุก 30 นาที หรือเมื่อมีการสัมผัสสิ่งที่น่าจะมีความเสี่ยง (สุวิมล,2563)
​3. ​มีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างการปฏิบัติที่ถูกสุขลักษณะของพนักงาน

 รวบรวมและเรียบเรียงโดย 

นางสาวอรสา จงวรกุล นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการ 
กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
9 เมษายน 2563

​​​บรรณานุกรรม​ ​ ​​​ ​1  กรมอนามัย. (2563, 11 มีนาคม). ประกาศกรมอนามัย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรการการ ป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) สำหรับสถานที่ราชการ สถานที่ทำงานเอกชน และสถาน ประกอบกิจการ พ.ศ.2563. ​​ ​2  กันต์ เอี่ยมอินทรา. (2563, 28 มีนาคม). วิธีกำจัดเชื้อไวรัสโควิด-19 บนพื้นผิวสิ่งของ. กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563, จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/649830​​3  กันต์ เอี่ยมอินทรา. (2563, 5 เมษายน). อายุของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ 'โควิด-19' บนพื้นผิวต่าง ๆ. กรุงเทพธุรกิจ. สืบค้นเมื่อ 6 เมษายน 2563, จาก https://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/649901​​4  ราชวิทยาลัยโสต คอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย. (2563, 6 เมษายน 2563). ประกาศ ฉบับที่ 3 ข้อแนะนำเรื่องอาการสูญเสียการได้กลิ่นในผู้ป่วยในผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019.​​5  สุวิมล สุระเรืองชัย. (2563, 3 เมษายน). ภาพรวมของมาตรการเตรียมการและตอบโต้ต่อการ ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับธุรกิจในห่วงโซ่อาหาร. สืบค้น 6 เมษายน 2563, จาก https://issuu.com/suwimol.su/docs/covid_measure_book_-_copy/s/10413453 ​​Coronavirus Guidance for Food Facilities. (2020). Retrieved April 6, 2020, from https://safefoodalliance.com/industry-updates/coronavirus-guidance-for-food-facilities/​​Coronavirus: no evidence that food is a source or transmission route. (2020). Retrieved April 6, 2020, from https://www.efsa.europa.eu/en/news/coronavirus-no-evidence-food-source-or-transmission-route​​COVID-19 (Coronavirus). (2020). Retrieved April 6, 2020, from https://www.fsai.ie/faq/coronavirus.html ​​Food Safety and Availability During the Coronavirus Pandemic. (2020). Retrieved April 6, 2020, from https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/food-safety-and-availability-during-coronavirus-pandemic​​Interim List of Household Products and Active Ingredients for Disinfection of the COVID-19 Virus. (2020, 3 April). Retrieved April 6, 2020, from https://www.nea.gov.sg/our-services/public-cleanliness/environmental-cleaning-guidelines/guidelines/interim-list-of-household-products-and-active-ingredients-for-disinfection-of-covid-19

5 มิ.ย. 63 11:01

5 มิ.ย. 63 10:47

ผู้ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิค ให้ดำเนินการส่งคำร้องขอขึ้นทะเบียนฯ ผ่านทางระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์ https://mrd-hss.thaijobjob.com ให้สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2563

29 พ.ค. 63 10:05

ประกาศ!!!  ผู้มายื่นขออนุญาตขายยาแผนปัจจุบันตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.57 ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ.2556 รายละเอียดตามเอกสารแนบ

10 มิ.ย. 57 17:10
ระเบียนที่ 1 - 4 / 4    
ภาพกิจกรรม

กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร
บริเวณศูนย์ราชการ ต.ธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
โทร. 0-4271-1157 ต่อ 1521 - 1524